เรื่องจริงคือผักพื้นบ้านมีสารอาหารสูงกว่าผักตามท้องตลาดมาก

ผักพื้นบ้าน

หรือผักพื้นๆเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับคนไทย ทั้งนี้เพราะเอกลักษณะของผักพื้นบ้าน คือ ความเป็นไม้พื้นเมือง แถมเป็นสายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่มีความแข็งแรง เหมาะกับภูมิอากาศและภูมิประเทศของเมืองไทย คนไทยรุ่นใหม่จึงสมควรที่จะเรียนรู้และเก็บรับประสบการณ์จากคนโบราณ ซึ่งจะว่าไปแล้วคนโบราณหรือคนเฒ่าคนแก่ได้เรียนรู้โลกและถ่ายทอดบทเรียนทางธรรมชาติให้เรามากมาย คนรุ่นใหม่ยุคโลกภิวัฒน์จึงควรช่วยกันส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผักพื้นบ้านไทย อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งผลดีต่อวัฒนธรรม นิเวศวิทยา และสุขภาวะของชาวไทยอีกด้วย

บรรพบุรุษไทยได้ผสมผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยเข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตได้อย่างกลมกลืน พืชผักและสมุนไพรไทยทำให้อาหารแต่ละพื้นบ้านของไทยมีหลากหลายรสชาติ และสามารถปรับใหม่สอดคล้องกับธาตุเจ้าเรือนได้อย่างสอดคล้อง เช่น แกงส้มมีรสเปรี้ยว บำรุงธาตุน้ำ แกงเลียง แกงแค มีรสเผ็ดร้อน บำรุงธาตุลม หรือเมี่ยงคำ เป็นอาหารปรับธาตุชั้นหนึ่ง เพราะมีเครื่องปรุงหลายอย่าง เช่น ใบชะพลู มะนาว พริก หอม ขิง มะพร้าว ถั่ว น้ำตาล กุ้งแห้ง สามารถปรุงตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับธาตุเจ้าเรือนของแต่ละคน หรือยำผักพื้นบ้าน 4 ธาตุ ที่รวบรวม ผัก 4 ธาตุ หลากหลายชนิด

เหตุที่ผักพื้นบ้านค่อยๆหายไปนั้น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าผักมีประโยชน์ และคุณค่าทางสารอาหารมากแค่ไหน เนื่องจากผักทั่วไปสามารถเข้าถึงได้มากกว่า เพียงเดินตามท้องตลาดก็หาซื้อได้ง่าย ส่วนผักพื้นบ้านเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผักพื้นบ้านมีสารอาหารสูงกว่าผักตามท้องตลาดมาก บางชนิดมากถึงสิบเท่า มีสารบางชนิดที่มีบทบาทอย่างมากในการยับยั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างเช่น โรคมะเร็ง หัวใจ ความดัน เป็นต้น และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม และกระบวนการเผาผลาญภายในร่างกายที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะมีในผักพื้นบ้านค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะผักที่มีรสขม ผักทั่วไปหาไม่ค่อยพบ มีในผักพื้นบ้านภาคใต้ เช่น มันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักเลียงน้ำ หรือ ผักเหลียง ผักหนาม ฯลฯ

ลักษณะพิเศษของผักพื้นบ้าน

1.อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมและมีบทบาทในการรักษาโรคเรื้อรังที่เป็นโรคยอดนิยม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันเลือดสูง เบาหวาน โรคข้อ โรคอ้วน ได้เป็นอย่างดี
2.เป็นแหล่งของสารผัก เช่น ขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เหล่านี้ล้วนเป็นสารเสริมภูมิต้านทาน ทำให้ร่างกายแกร่งขึ้น และเป็นสารต้านมะเร็ง มีบทบาททั้งป้องกันมะเร็ง และใช้รักษามะเร็ง
3.เป็นแหล่งของสารเส้นใย เดิมทีเราอาจจะเข้าใจว่าสารเส้นใยมีประโยชน์แต่เพียงเป็นกากอาหาร
4.เป็นสมุนไพรรักษาโรค แน่นอนพืชผักที่ใช้กันมานับเป็นเวลาพันปี ย่อมมีอะไรดีอยู่ในตัว ผักพื้นบ้านส่วนมากมีบทบาทต่อสุขภาพ ไม่ขับลมก็ช่วยย่อย มีหลายชนิดที่สามารถใช้รักษาอาการตะครั่นตะครอ เวลาอากาศเปลี่ยน

การปลูกพืชผักรับประทานเองเองแบบผักไฮโดรโปนิกส์เพื่อสุขภาพของเรา

4

ด้วยกระแสรักสุขภาพ “ผักไฮโดรโปนิกส์” จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นผักที่ปลูกโดยปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดจะปลูกเป็นผักสวนครัวไว้กินเองในครัวเรือน คงเป็นเรื่องยุ่งยากน่าดู เพราะกระบวนการปลูกต้องอาศัยเทคโนโลยีในการวางระบบต่างๆ ทั้งเรื่องรางปลูก การไหลเวียนของน้ำ และส่งสารอาหาร จึงเป็นเรื่องไกลตัวที่คนทั่วไปจะสามารถปลูกไว้กินเองได้ ชุดแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สำเร็จรูป แบรนด์ ‘I-Green’ ช่วยให้การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เป็นเรื่องง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ ขนาดคุณตาคุณยายวัยเกษียณ หรือแม่บ้านทั่วไปก็สามารถลงมือปลูกเองได้ แถมผลผลิต และคุณภาพไม่เป็นรองซื้อจากห้างสรรพสินค้า แม้แต่น้อย “ไฮโดรโปนิกส์” (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้วัสดุปลูก คือ จะปลูกพืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช ให้รากพืชสัมผัสกับสารอาหารโดยตรง ตามรากศัพท์เดิมมาจาก ไฮโดร (Hydro) แปลว่าน้ำ และ โพโนส (Ponos) แปลว่า งาน รวมความคือ วอเตอร์-เวิร์คกิ้ง (Water-working) หมายถึงการทำงานของน้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช ซึ่งต้องมีการควบคุมอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหารพืช ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชให้ดี

ข้อดี เป็นระบบที่ให้ผลผลิตสะอาด เนื่องจากไม่มีการใช้ดิน สามารถลดขั้นตอนการทำความสะอาดที่ทำให้ผลผลิตต้องโดนน้ำและมีโอกาสเน่าเสียได้ สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้ ทว่า มีข้อเสียต้นทุนสูง สิ้นเปลืองพลังงาน และจำเป็นต้องใช้ความชำนาญในการดูแล จากที่เห็นปัญหาดังกล่าว เขาเริ่มทดลองหาวัสดุอื่นมาทดแทน โดยเลือกเป็นวัสดุ “UPVC” ซึ่งเป็น PVC ชนิดที่ใส่สารป้องกันแสง UV ไว้ มีความหนากว่า 2 มิลลิเมตร จึงมีความแข็งแรงและทนทานสูงกว่ามาก อายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ส่วนใหญ่วัสดุชนิดนี้จะนำไปใช้ผลิตเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้านที่ใช้งานกลางแจ้ง เช่น หน้าต่าง ระเบียงประตู กันสาด เป็นต้น โดยวัสดุ “UPVC” ที่เขาเลือกเป็นเกรดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ “อาหาร” จึงมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ในส่วนขาตั้งรางปลูกทำจากวัสดุ UPVC เช่นกัน แตกต่างจากทั่วไปที่นิยมเป็นขาตั้งเหล็ก ดังนั้น ขาตั้งที่ทำจากวัสดุ UPVC ตัดปัญหาเรื่องสนิมออกไปได้ เช่นเดียวกับนอตยึดทุกตัวเป็นอะลูมิเนียม ไม่เกิดปัญหาสนิมเช่นกัน

แนวทางในการปลูกผักรับประทานเองเพื่อสุขภาพ

แนวทางในการปลูกผักรับประทานเองเพื่อสุขภาพ

หากถามถึงอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้น “ผัก” นานาชนิดที่ทุกคนล้วนถูกปลูกฝังตั้งแต่เล็กจนโตด้วยประโยคติดหูว่า “กินผักเยอะๆจะได้แข็งแรง” เพราะหากนับแล้วผักแทบทุกชนิดมีประโยชน์มากกว่าโทษ แต่จะรับประทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด นั่นคือคำถามที่นักวิชาการหลายต่อหลายคนล้วนหาคำตอบจนกลายเป็นหลายแนวทางในการรับประทานที่แตกต่างเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด บางแนวทางก็นิยมให้รับประทานผักตามสีเพื่อให้ได้รับประโยชน์ครบถ้วน เช่น ผักสีเหลืองส้ม อย่างแครอท ฟักทอง พริกเหลืองจะมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย ผักใบเขียวมีคลอโรฟิลที่ช่วยบำรุงดวงตา ผักสีแดงอย่างมะเขือเทศสุกมีไลโคปีนที่ช่วยชะลอความแก่และป้องกันมะเร็งตับอ่อน ส่วนผักสีม่วงมีแอนโธไซยานินช่วยป้องกันโรคเลือด และโรคความดัน หรือบางแนวทางก็สนับสนุนให้เลือกรับประทานผักตามกรุ๊ปเลือดเพื่อการดูดซึมอย่างสูงสุด

แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปและมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นทำให้การปลูกผักมิได้เป็นไปตามวิถีธรรมชาติอีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบการปลูกผักแบบอุตสาหกรรม มีการใช้สารเคมีต่างๆ ปุ๋ยสังเคราะห์ สารเร่งโตและยาฆ่าแมลงเป็นจำนวนมาก ผักที่เห็นได้ชัดว่าถูกสารเคมีบ่มเพาะมาจนอวบอ้วนทำให้ดูสวยราคาแพงอยู่ตามตลาดหนีไม่พ้นผักบุ้ง ผักคะน้า และผักกาด ยิ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับผักที่ปลูกเองในบ้าน จะเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของขนาดและความอวบอ้วน แม้จะใส่ใจพรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยให้มากเป็นพิเศษ ก็ต้องใช้เวลา แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเกษตรกรไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งผลิตแบบอุตสาหกรรม เพราะประชากรมีความต้องการบริโภคที่มากมายในแต่ละวัน และพื้นที่แปลงผักก็ลดน้อยลง เนื่องจากพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่บ้านจัดสรรมากขึ้น ส่วนพื้นที่สีเขียวในต่างจังหวัดก็กลายเป็นที่ของสิ่งปลูกสร้าง และรีสอร์ทสมัยใหม่จนมองหาสนามหญ้าได้ยากยิ่งกว่าเดิมและหากเราเชื่อในหลักการที่แพทย์กรีกนาม ฮิปโปกราตีสกล่าวไว้ว่า “You are What You Eat” การทานผักที่ผ่านกระบวนการเร่งด้วยเคมีย่อมส่งผลต่อสุขภาพส่งผลให้ในปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่พิถีพิถันกับการเลือกสุขภาพ ปลอดการใช้สารเคมี และมีจำนวนมากที่ลงมือปลูกเอง ซึ่งมีทั้งเครือข่ายระดับโลก เช่นสโลว์ฟู้ดที่ก่อตั้งในอิตาลี หรือในประเทศไทยเองก็มีหลายกลุ่ม อาทิ เครือข่ายกินเปลี่ยนโลกหรือเครือข่ายสวนผักคนเมือง ซึ่งหากใครสนใจติดตามผลงานการปลูกผักทานเองของกลุ่มคนเหล่านี้สามารถค้นหาแนวทางดีๆ เพื่อปฏิบัติตามได้ในเฟซบุ๊กแม้การปลูกผักทานเองจะไม่ได้ทำง่ายๆ เพราะผักสวนครัวที่จะปลูกกันเองไม่ได้โตพร้อมเด็ดในทุกวัน แต่ประโยชน์ทางหนึ่งที่จะได้รับอย่างชัดเจนคือผู้บริโภคสามารถชะลอการรับสารเคมีได้ในระดับหนึ่ง แถมยังเป็นการได้ออกกำลังกายทางอ้อมด้วยการปลูกผักและรดน้ำอีกด้วย

เริ่มต้นง่ายๆ กับการมีสุขภาพดี ด้วยการปลูกผักกินเอง

เริ่มต้นง่ายๆ กับการมีสุขภาพดี เป็นเคล็ดลับสุขภาพ สำหรับชีวิตอย่างแท้จริง ด้วยการปลูกผักกินเอง แม้ไม่มีพื้นที่มาก แต่ก็สามารถมีผักทานเองได้ง่ายๆ สามารถดัดแปลงได้หลากหลายเมนู ด้วยผักที่ปลูกเองกับมือ

เพราะผักเป็นอาหารประจำวันของมนุษย์ เป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุวิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์จากข้อมูลวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ โดยผลการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเซีย ชี้ให้เห็นว่าประชากรของประเทศไทย โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และพวกเด็กๆ มักขาดแคลนแร่ธาตุวิตามินกันมาก ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบทำให้มีค่าครองชีพสูงชึ้น

ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีพืชผักเพียงพอแก่การบริโภคในครัวเรือน ทำให้ได้รับสารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายและช่วยลดภาวะค่าครองชีพ และจากวิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของคนเมือง ทำให้ปัจจุบันคนเราเผชิญกับปัญหาสุขภาพการเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้นในช่วงอายุที่น้อยลง ปัจจุบันในทางการแพทย์พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อวัยวะและร่างกายเสื่อมสภาพเกิดจากอนุมูลอิสระ แต่ยังโชคดีที่เราสามารถต่อสู้กับอนุมูลอิสระได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารโดยเฉพาะกลุ่มผักและผลไม้ โดยเฉพาะกับผักผลไม้ที่ปลูกเอง ใส่ใจเองจะได้คุณค่าและจิตใจที่ไม่ต้องกังวลกับสารเคมีใดๆ

จากการศึกษาค้นคว้า และผลการวิจัยจากแหล่งต่างๆ ในหลายประเทศ เห็นตรงกันว่า พืชผักจำนวนมาก มีสารอาหารที่สามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพของคนเราได้ โดยภายใต้สีสันอันสวยงามของพืชผักและผลไม้นานาชนิดนั้น เคล็ดลับสุขภาพบอกว่ามีกลุ่มสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือกลุ่มสารแคโรทีนอยด์ (carotenoids) ซึ่งเป็นเม็ดสีที่เป็นตัวกำหนดสีของพืชนั่นเอง กลุ่มสารเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคร้าย อย่างโรคมะเร็งและโรคหัวใจซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก ดังนั้นถ้ากินผักและผลไม้ให้หลากหลาย เราก็จะได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ที่สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ และป้องกันไม่ให้เกิดโรคเรื้อรังด้วยเคล็ดลับสุขภาพ ได้ใหม่ในโอกาสหน้า ก่อนจะลากันไป อย่าลืมหันไปปลูกผักกินเองนะคะ ปลอดภัยไร้เคมีเลยทีเดียว

การสอนให้เด็กๆปลูกผักรับประทานเองเพื่อสุขภาพร่างกาย

การสอนให้เด็กๆปลูกผักรับประทานเองเพื่อสุขภาพร่างกาย

หากถามถึงอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้น “ผัก” นานาชนิดที่ทุกคนล้วนถูกปลูกฝังตั้งแต่เล็กจนโตด้วยประโยคติดหูว่า “กินผักเยอะๆจะได้แข็งแรง” ดังนั้นเราควรสอนให้เด็กๆรู้จักการปลุกผักทานเองเพราะหากนับแล้วผักแทบทุกชนิดมีประโยชน์มากกว่าโทษ แต่จะรับประทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด นั่นคือคำถามที่นักวิชาการหลายต่อหลายคนล้วนหาคำตอบจนกลายเป็นหลายแนวทางในการรับประทานที่แตกต่างเพื่อให้ผู้บริโภคและเด็กๆได้รับประโยชน์สูงสุด บางแนวทางก็นิยมให้รับประทานผักตามสีเพื่อให้ได้รับประโยชน์ครบถ้วน เช่น ผักสีเหลืองส้ม อย่างแครอท ฟักทอง พริกเหลืองจะมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย ผักใบเขียวมีคลอโรฟิลที่ช่วยบำรุงดวงตา ผักสีแดงอย่างมะเขือเทศสุกมีไลโคปีนที่ช่วยชะลอความแก่และป้องกันมะเร็งตับอ่อน ส่วนผักสีม่วงมีแอนโธไซยานินช่วยป้องกันโรคเลือด และโรคความดัน หรือบางแนวทางก็สนับสนุนให้เลือกรับประทานผักตามกรุ๊ปเลือดเพื่อการดูดซึมอย่างสูงสุด

แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปและมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นทำให้การปลูกผักมิได้เป็นไปตามวิถีธรรมชาติอีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบการปลูกผักแบบอุตสาหกรรม มีการใช้สารเคมีต่างๆ ปุ๋ยสังเคราะห์ สารเร่งโตและยาฆ่าแมลงเป็นจำนวนมาก ผักที่เห็นได้ชัดว่าถูกสารเคมีบ่มเพาะมาจนอวบอ้วนทำให้ดูสวยราคาแพงอยู่ตามตลาดหนีไม่พ้นผักบุ้ง ผักคะน้า และผักกาด ยิ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับผักที่ปลูกเองในบ้าน จะเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของขนาดและความอวบอ้วน แม้จะใส่ใจพรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยให้มากเป็นพิเศษก็ต้องใช้เวลาแต่ก็ต้องเข้าใจว่าเกษตรกรไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งผลิตแบบอุตสาหกรรม เพราะประชากรมีความต้องการบริโภคที่มากมายในแต่ละวัน และพื้นที่แปลงผักก็ลดน้อยลง เนื่องจากพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่บ้านจัดสรรมากขึ้น ฉะนั้นเราเลยต้องสอนเด็กๆปลูกผักกันตามบ้านหรือบริเวณบ้านก็ได้เพื่อให้เกิดประโยชน์และกิจกรรมของเด็กๆอีกด้วย การทานผักที่ผ่านกระบวนการเร่งด้วยเคมีย่อมส่งผลต่อสุขภาพส่งผลให้ในปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่พิถีพิถันกับการเลือกสุขภาพ ปลอดการใช้สารเคมี และมีจำนวนมากที่ลงมือปลูกเองแม้การปลูกผักทานเองจะไม่ได้ทำง่ายๆ เพราะผักสวนครัวที่จะปลูกกันเองไม่ได้โตพร้อมเด็ดในทุกวัน แต่ประโยชน์ทางหนึ่งที่จะได้รับอย่างชัดเจนคือผู้บริโภคสามารถชะลอการรับสารเคมีได้ในระดับหนึ่ง แถมยังเป็นการได้ออกกำลังกายทางอ้อมด้วยการปลูกผักและรดน้ำอีกด้วยดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี และเพื่อดูแลโลกให้สวยงามกว่าเดิมเรามาลองปลูกผักไว้รับประทานกันเองดีกว่า

กินน้ำพริก และผักสด ดีต่อสุขภาพอย่างไร

กินน้ำพริก และผักสด ดีต่อสุขภาพอย่างไร

 

หลาย ๆ คนก็คงมีโอกาสได้ทำความรู้จักแต่กับอาหารแบบใหม่ รุ่นใหม่ ที่ส่วนใหญ่แล้วถูกสรรสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายสุขภาพของตัวเรานั่นเองใช่ไหมหล่ะครับ แล้วผู้อ่านทุก ๆ ท่านคิดว่า อาหารแบบไหนหรอครับ ที่จะสามารถสร้างความแตกต่างอันมากมายในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารดั้งเดิมอย่าง น้ำพริก จิ้มผักสด รับประทานกับข้าวสวย ก็นับว่าอร่อยพอสมควรเลยก็ว่าได้ครับ แต่แปลกตรงที่ว่าหน้าตามันอาจจะไม่ได้ดูดีเท่าไหร่ และยิ่งหากคนไหนไม่ชอบกินเผ็ด ก็ต้องยอมรับข้อนี้แตกต่างกันไป

สำหรับการรับประทานน้ำพริก จิ้มผักสดนั้นดีต่อสุขภาพอย่างไร ตำตอบง่าย ๆ ให้เราลองพิจารณากับตัวเองนั่นเองครับ ให้พิจารณาว่า เมื่อก่อนนั้น หรือว่าคนสมัยก่อนนั้น มีอายุยืนยาวได้อย่างไร คำตอบก็คือไม่มีการเปรอะเปื้อนสารเคมีมากเกินไป ไม่เหมือนกับปัจจุบัน ที่จะสามารถเกี่ยวข้องได้ทุกครั้ง และทุกวินาทีนั่นเองครับ

น้ำพริกจิ้มผัดสดนั้น มอง ๆ ดูแล้วก็เป็นการนำสมุนไพรมาแต่ละอย่าง มาตำรวมกันออกมาเป็นน้ำพริกที่มีรสชาติจัดจ้าน หากรับประทานคู่กับผักสดแล้วก็นับได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพกับเราดีนั่น ๆ เองครับ

การกินน้ำผัก ผลไม้ ก็ช่วยในเรื่องสุขภาพนะ

การกินน้ำผัก ผลไม้ ก็ช่วยในเรื่องสุขภาพนะ
การกินน้ำผัก ผลไม้ ก็ช่วยในเรื่องสุขภาพนะ

ในยุคที่อาหารและเครื่องดื่ม ต่างก็มีสีสันไปหมด และปรับแต่งทางด้านเคมีมากมาย เพื่อให้ถูกปาก ถูกใจเรามากที่สุด แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า เครื่องดื่มเหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรในชีวิตของคุณเลย เว้นแต่เพียงว่าอารมณ์ และความเครียดเพียงชั่วขณะเท่านั้น จากเดิมที่เรารับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนม น้ำตาล ฯลฯ เคยคิดบ้างไหมครับ ที่จะลองเปลี่ยนตัวเองมาเป็นการดื่มเครื่องดื่มที่ถูกสกัดจากผัก และผลไม้อย่างจริง ๆ จัง

อาจจะด้วยเหตุที่ว่าไม่มีใครเริ่ม และอีกทั้งผักและผลไม้เหล่านี้หากถูกแปลงสภาพเป็นเครื่องดื่มแล้ว หลาย ๆ คนที่ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพ ก็จำเป็นจะต้องเมินหน้าหนีเป็นอย่างแน่นอนใช่ไหมหล่ะครับ เพราะว่ารสชาติที่ได้ไม่ถูกปากเราเลย เพราะปกติเราชอบรสชาติอาหารหรือเครื่องดื่มที่ถูกปากเรา ที่จะต้องหวาน ๆ สบาย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการที่จะทำให้หวาน ๆ นั้นจำเป็นต้องใช้น้ำตาล และน้ำตาลก็เป็นตัวเพิ่มความหวานในสุขภาพร่างกายของคุณด้วยนั่นเอง

ดังนั้นการตัดใจให้ไปรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มสุขภาพจริง ๆ ควรเริ่มต้นที่ผัก หรือผลไม้ อาจจะเอาผลสด ๆ ของมันมาทำการปั่นและกินให้ติดจนเป็นนิสัย ถ้าเราสามารถทำเช่นนี้ได้ คำว่า”สุขภาพดี” คงจะไม่ไกลเกินเอื้อมครับ ตอนนี้ผมคิดว่าธุรกิจประเภทนี้ไม่ค่อยมีใครทำ เพราะเหมือนเป็นของแสลงคนเรานั่นเองครับ